รีวิว :: รักหมดแก้ว (กำกับการแสดงโดย “ ษรัณยู จิราลักษม์”)

รักหมดแก้ว

 

‘ไฟเลี้ยว’ เป็นเด็กสาวที่โตมากับความเชื่อจากการอ่านปรัชญาความรักของคาลิล ยิบราน และเพลง ‘ที่ว่าง’ ของวง Pause … ดังนั้น ความรักไม่ควรผูกมัดกันน่ะนะ

เลี้ยวมาเจอกับ โจ้ หนุ่มไม่เอาไหน ชิลไปวันๆ ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย และรู้สึกว่า เออ… แบบนี้คงโอเคแล้วแหละ ดูจะใกล้เคียงสิ่งที่เชื่อแบบพอไปได้ รักๆ เลิกๆ บ้างก็ไปได้อยู่
แต่เมื่อเรียนจบเริ่มต้นชีวิตผู้ใหญ่ อะไรๆ ก็เริ่มมีปัญหา
นอกจากนั้นก็เป็นองค์ประกอบว่าด้วยเพื่อนฝูงในวงเหล้าของเลี้ยวและโจ้
เรื่องก็มีอยู่ประมาณนี้

เราจะมาว่ากันเป็นหัวข้อตาม Spot โปรโมตของหนังเรื่องนี้กันนะคะ
เขาบอกว่า…

“ภาพยนตร์เรื่องนี้มีหลายคนเล่น”
มีหลายคนจริงค่ะ แต่เป็นหลายคนที่บอกเล่าอยู่ไม่กี่ประเด็น มีสองฝั่ง –โรแมนติก- (ที่พระเอกนางเอกถือไว้อยู่) และที่เหลือก็เป็นฝั่ง –ปาร์ตี้- มัดรวมกันหมดนั่นนั่นแหละ มีพยายามเกลี่ยไปทางคาแรคเตอร์อื่นบ้าง แต่ผิวเผินมาก อ้อๆ…มีในส่วนบทและวิธีคิดของตัวละคร พี่อุ๊ (มาช่า) อยู่นิดนึง ที่ดูจะพยายามเชื่อมโยงประสบการณ์ของตัวนี้เข้ากับอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่ได้ลื่นไหล ปรัชญาวงเหล้าและความเป็นวงเหล้าที่โปรโมตเป็นพาร์ทหลัก ก็ไม่ได้ให้แมสเสจสำคัญอะไรออกมาจนสร้างความเชื่อกับเราได้ ถึงแม้เค้าจะพร่ำพูดบ๊อยบ่อยก็ตาม แต่ถ่ายแก้วเหล้าออกมาชวนอยากกินเหล้าอยู่เหมือนกันนะ (แต่นั่นคงไม่ใช่ประเด็น)

“ภาพยนตร์เรื่องนี้มีหลายคนร้อง”
เพลงเยอะจริงค่ะ แต่เป็นเยอะแบบไม่ได้ชวนจดจำ ยกเว้นเพลงใจความสำคัญ Ost. หลักของเรื่องนี้ ที่เหลือคงเหมือนเพลงเปิดเป็นแบ็คกราวน์วงเหล้ากระมัง … สร้างบรรยากาศเป็นฉากหลัง

“ภาพยนตร์เรื่องนี้มีหลายคนเล่าเรื่องความรัก”
ค่ะ… ก็เล่านะ ทั้งเรื่องก็ว่าด้วยความสัมพันธ์ของผู้คนนั่นแหละ

รักหมดแก้ว

เรื่องนี้ไม่ถึงกับเป็นหนังที่ไม่ดี… คือไม่ถึงกับทนดูไม่ได้ แต่ดูไปอึดอัดไปเป็นระยะๆ เพราะ

– หนังรักมันก็ต้องมีประโยคเด็ดๆ มี Punch Line ซี่ … ดูเค้าเชื่อแบบนั้น ซึ่งก็ไม่ผิด มันก็เป็นองค์ประกอบหลักจริงๆ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มันจับยัดเข้าปากตัวละคร แล้วแอคติ้งมันยังพาไปสร้างความเชื่อไม่ได้ มันก็จะออกมาเป็นแบบนี้ แบบที่มีชาวสมาคมบอกว่า ‘ดูตัวอย่างแล้วเหมือนเค้าเอาคำบรรยายในพ็อคเก็ตบุคเก๋ไก๋ มาเปิดท่องให้ฟัง’
แอดมินจะบอกว่าไม่ใช่เฉพาะในตัวอย่างค่ะ เป็นทั้งเรื่อง

– บรรยากาศวงเหล้า ที่ดูตั้งใจใช้บุคลิกจริงของกลุ่มนักแสดงสมทบในเรื่องมาพามวลสร้างบรรยากาศ (ตอนถ่ายน่าจะมีด้นสดกันบางจุดอยู่เหมือนกัน) ข้อดีคือโอเค มันก็สร้างมวลพลัง แต่ข้อเสียคือบางครั้งมันเลื่อนไหลออกจากเส้น ดูเลอะเทอะ และพอถึงตอนจะโยนประโยคคีย์เข้ามาก็ดูไม่เนียน คือไม่ได้แย่ แต่มันสะดุดอึ๊กอั๊กอยู่

– วิธีคิดต่อเรื่องวิถีชีวิตหนุ่มสาวยุคใหม่ ที่อยู่แบบอินดี๊ อินดี้ (อ่ะ เหื้ออออ) … เหมือนเค้าจะคิดว่า เฮ้ย แบบนี้แหละ ร่วมสมัย ยุคใหม่ เป็นการตั้งคำถามแบบหัวก้าวหน้าแล้ว แต่ข้อนี้ไม่เบลมมากแล้วกันค่ะ อาจจะเป็นเพื่อนๆ และสังคมที่แอดมินอยู่มันจี๊ดเกินเลเว่ลธรรมดาไปเองก็ได้
เพราะการสรุปประเด็นที่ตัวเองเปิดหัว บอกออกมาว่า ‘ความรัก ความสัมพันธ์ที่ไม่มีผูกมัดนี่มันไม่มีจริงหรอกเว้ย’ แอดมินก็จะเถียงในใจเรื่อยๆ ว่า มีดิๆๆๆๆ อยากพามารู้จักเพื่อนเราจัง หลายคนก้าวข้ามผ่านรถไฟเหาะตีลังกาสวนสนุกไปเยอะแล้ว … คือเอาจริงๆ หนังแต่ละเรื่องก็เป็นวิธีคิดส่วนบุคคลของคนสร้างค่ะ มันจะไม่มีปัญหาในเชิงภาพยนตร์ ถ้าเค้าชักจูงใจคนนั่งดูในขณะอยู่ในโรงได้ หนังบางเรื่องแก่นมันก็ค้านความเชื่อเรา ค้านประสบการณ์เรา แต่ก็ดูแล้ว เออๆ นึกออก พาไปสัมผัสได้ ปัญหาคือ เรื่องนี้มันไม่ได้ไง

– ซีนคลี่คลายประเด็นความสัมพันธ์ของพระนาง …. เราแทบเอาหัวโขกเก้าอี้โรงหนัง

ตามธรรมเนียม
หนังรักแนวนี้… พระ-นาง ถูกต้องดีงามจะเซฟไปได้กว่าครึ่งเป็นปกติ ดังนั้นเรามาว่าด้วยพระเอกนางเอกกัน เรื่องนี้ใหม่กันทั้งคู่ซะด้วย
น้ำหวาน พิไลพร – ดูมีเสน่ห์นะคะ เราอยู่รอดูตัวจริง อยากเทียบกับในหนังว่าเค้าขึ้นกล้องหนังมั้ย ได้อยู่นะ เป็นสไตล์ที่คอหนังรักจะรัก แอคติ้งอยู่ในระดับน่าสนใจค่ะ ไปต่อได้ รอดูติดตามต่อไป
ปอนด์ ณปรัชญ์ – ตอนอยู่ใน MV เพลง ‘ขอ’ ของ LomoSonic เค้าดูดีและดูน่าสนใจกว่านี้ค่ะ แอคติ้งนี่เห็นความเป็นมือใหม่ชัดมาก

มาช่า วัฒนพาณิช – ใช้ประสบการณ์ทางการแสดงของตัวเองเซฟหนังได้ประมาณนึง แต่ก็ในขอบเขตที่จำกัดมาก

หนังเข้าวันที่ 25 ธันวา จะไปดูเพลินๆ ส่องนางเอก เอ็นจอยกับแกงค์นักแสดงสมทบที่คุณคุ้นหน้า ก็ได้อยู่ …

FYI คริตสมาสหนังเข้าใหม่ 6 เรื่องนะ

Share Button

Comments

comments

Comments are closed.