อกหักดูหนัง : ความฝันของเราในวันที่ไม่มีเรา [UP]

up1

คาร์ล เป็นผู้ชายพูดน้อยและขี้อาย เอลลี่ เป็นสาวน้อยแก่นแก้วผู้ร่าเริง


ทั้งสองคนรักใน ‘การผจญภัย’ เหมือนกัน คาร์ลและเอลลี่สัญญาใจกันไว้ว่าพวกเขาจะต้องเดินทางไป Paradise Falls หรือน้ำตกสวรรค์ให้ได้ตามแบบการเดินทางของนักผจญภัยที่ทั้งสองคนชื่นชอบ ความรักในการผจญภัยชักพาให้ความรักข้างในใจของทั้งคู่เติบโตขึ้น พวกเขาพบกันตั้งแต่เด็กและเติบโตมาพร้อมกับความรักที่มีให้กันและกัน แม้จะแต่งงานและอยู่ด้วยกันแล้วเอลลี่ก็ยังคงเป็นสาวผู้แสนสดใส คาร์ลเองถึงจะไม่ได้พูดอะไรมากเป็นปกติแต่ก็ยิ้มอยู่ตลอดๆ ตั้งแต่พบกับเอลลี่ เวลาค่อยๆ ผ่านไป ทั้งสองคนใช้ชีวิตคู่กันด้วยความรัก พบเจออุปสรรคแต่ก็ร่วมกันฝ่าฟันมาด้วยรอยยิ้ม แม้จะไม่ได้ร่ำรวยเงินทอง แต่ก็มีความสุขมาก และตามความต้องการปกติของคนรักกัน เอลลี่และคาร์ลอยากมีลูกด้วยกันแต่ด้วยความโชคร้ายที่เอลลี่ไม่สามารถที่จะมีลูกได้ รอยยิ้มของเอลลี่ที่ปกติจะยิ้มอย่างกว้างสุดๆ ก็ลดน้อยไป… ยังดีที่คาร์ลยังอยู่ข้างเธอ และยังคงถนอมรอยยิ้มที่ลดลงแต่ยังเปี่ยมด้วยความสุขไว้ได้…. เวลาล่วงเลยผ่านไป คาร์ลและเอลลี่แทบจะลืมไปแล้วว่าพวกเขาเคยมั่นหมายใจกันไว้ว่าจะไปเที่ยวน้ำตกสวรรค์แห่งนั้นให้ได้ ในวันที่คาร์ลนึกออกแม้ว่าทั้งคู่จะมีผมที่หงอกขาวและสังขารอันร่วงโรย แต่ความรักในหัวใจของทั้งสองก็ยังคงเบ่งบานอยู่อย่างน่าอิจฉา คาร์ลตั้งใจจะทำเซอไพรส์ภรรยาของเขาด้วยการพาไปปิคนิคและแอบซ่อนตั๋วไปเที่ยวน้ำตกไว้ในตะกร้าแต่เอลลี่กลับล้มป่วยลงเสียก่อน…. ก่อนเอลลี่จะจากโลกนี้ไป เธอยังคงแสดงความรักที่เธอมีให้คาร์ลเห็น คาร์ลรับรู้และรู้สึกถึงมันอยู่ทุกขณะ คาร์ลบอกรักเธอผ่านจุมพิตที่หน้าผากเธอ…เอลลี่รักคาร์ลมาก คาร์ลเองก็ไม่ต่างกัน… นั่นทำให้คาร์ลที่ยังอยู่ทุกข์ใจมากเช่นกัน

หลายคนคงนึกออกว่าผมกำลังพูดถึงภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง UP ปู่ซ่าบ้าพลัง ที่มีภาพจำเป็นบ้านหลังน้อยผูกลูกโป่งสีสวยลอยอยู่บนฟ้า สำหรับผมแล้วผมว่าUPเป็นการ์ตูนที่มีความน่ารัก โดยเฉพาะสิบกว่านาทีแรกนี่ได้หวานและซึ้งสุดใจใกล้ๆ กับWall-Eที่ผมเคยพูดถึงไปในบทความก่อนๆ เลยทีเดียว

ผมพูดกับทุกๆ คนมาตลอดเวลาว่าความรักของคนแต่ละคู่เป็นสิ่งเฉพาะ มันไม่เคยตายตัว ไม่มีสูตรสำเร็จ และไม่มีวันที่จะเหมือนกันไม่ว่าจะมีรายละเอียดหรือเหตุการณ์ที่ใกล้เคียงกันสักแค่ไหน และแน่นอนว่าข้อจำกัดของความรักนั้นแทบจะไม่มีเลยทีเดียว หลายครั้งที่คู่รักมักจะสัญญาอะไรบางอย่างไว้ บางคนสัญญาอย่างจริงจัง บ้างก็ไม่ บ้างจำได้ บางคนต้องจดไว้ คาร์ลยึดมั่นในความรู้สึกของเขาและเอลลี่เป็นอย่างมาก และด้วยความรักของคาร์ลที่เคยมีให้เพียงเอลลี่เท่านั้น หลังจากที่เอลลี่จากไป คาร์ลก็ได้แต่ขังความรักที่เขามีไว้ในบ้านแห่งความทรงจำ และไม่แบ่งปันมันให้ใครอีก คาร์ลกลายเป็นตาแก่ขี้โมโหที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวเองจนกระทั่งประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่เขาจะทำให้บ้านทั้งหลังลอยขึ้นไปบนฟ้าและเติมเต็มความฝันของเขาและคนที่เขารักมากที่สุดอย่างเอลลี่

ความฝันที่เคยวาดไว้กับคนที่เรารัก ถ้าวันนึงเขาไม่อยู่กับเราอีกต่อไปแล้ว เรายังจะตั้งใจทำมันให้สำเร็จอยู่ไหม?

up

เราสองคนฝันที่จะสร้างกระท่อมหลังนั้นด้วยกัน แต่ในวันนี้เธอจากฉันไปเสียแล้วและมันยังสร้างไม่เสร็จ… ฉันควรจะทำยังไงต่อ ฉันควรจะบังคับใจให้สร้างมันให้เสร็จไหม หรือฉันควรจะตัดใจไม่ยุ่งเกี่ยวกับมันอีก หรือจริงๆ แล้วฉันไม่ต้องฝืนใจที่จะสร้างมันก็ได้ปล่อยไปตามสิ่งที่ฉันรู้สึกนั่นแหละ อยากสร้างก็มาสร้าง ไม่อยากสร้างก็ช่างมัน….  ตกลงยังไงดี?

สำหรับตัวผม ผมคงจะบอกว่า ความฝันที่เคยวาดไว้กับคนที่เรารัก(แม้เขาจะไม่อยู่กับเราอีกแล้ว)เนี่ย มันเป็นความฝันของเราด้วยรึเปล่า? เราอยากทำสิ่งนั้นต่อไหม? เราต้องไม่เอาข้ออ้างอย่างการทำสิ่งนี้สิ่งนั้นแล้วคิดถึงคนที่จากไป (แม้มันจะยาก) แต่ให้ถามใจเราจริงๆ ว่าเรายังอยากจะทำความฝันอันนี้ให้สำเร็จลุล่วงรึเปล่า…. เราอยากทำเพราะมันคือความฝันของเรา หรือมันคือความฝันของคนที่เรารักกันแน่? ถ้าเราได้คำตอบว่าอยากทำเพราะมันคือความฝันของคนที่เรารัก แสดงว่าเรายังรักคนๆนี้อยู่ และถ้าคิดว่าการทำเพื่อคนๆนี้นั้นคือความสุขของเรา (แม้เขาจะไม่ได้อยู่ข้างๆเราอีกแล้ว) ก็อย่ารีรอที่จะทำมันก็แล้วกันครับ

หลังเกิดเหตุการณ์หลายอย่างมากมายในUP  คาร์ลได้มีโอกาสเปิดอัลบั้มรูปเก่าของเขากับเอลลี่อีกครั้งหนึ่ง เขาพบว่าเอลลี่ยังคงยิ้มอยู่ได้เสมอตลอดทุกช่วงชีวิตที่เธออยู่เคียงข้างเขา ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ตั้งแต่อดีตอันไกลจนถึงอดีตอันใกล้ๆ  และในภาพสุดท้ายที่เขากับเอลลี่นั่งอยู่บนโซฟาตัวโปรด กุมมือกันไว้ด้วยรัก ยิ้มแย้มให้กล้อง เอลลี่เขียนไว้ข้างๆ รูปของทั้งสองคนก่อนที่จะจากคาร์ลไปว่า

“ขอบคุณสำหรับการผจญภัย –เธอต้องไปผจญภัยครั้งใหม่แล้วนะ!  ด้วยรัก จากเอลลี่”

เอลลี่ยืนยันกับคาร์ลว่า ความรักและชีวิตทั้งหมดที่เธอได้ใช้มานั่นเป็นการผจญภัยที่ยอดเยี่ยมกว่าสิ่งใดแล้วจริงๆ คาร์ลไม่ต้องพาเอลลี่ไปที่ไหน เธอก็ได้พบกับสิ่งที่เธอตามหา ซึ่งมันอยู่กับคาร์ลมาตลอด…ก็คือตัวคาร์ลเองนั่นแหละ

ในตอนท้ายของเรื่องหลังจากสู้กันชุลมุนบนดาดฟ้าของเรือเหาะ บ้านลอยฟ้าของคาร์ลก็ลอยจากไปอย่างไร้การควบคุม… แต่กระนั้นคาร์ลไม่ได้สนใจว่าบ้านหลังนั้นคือตัวแทนของเอลลี่อีกแล้ว เพราะสิ่งที่เอลลี่บอกเขาผ่านรอยยิ้มตลอดหลายสิบปีนั่นมันฟื้นความรู้สึกของเขาไว้ได้จริงๆ

เอลลี่ไม่เคยจากคาร์ลไปไหน เหมือนที่รอยยิ้มเองก็คืนกลับมาที่ริมฝีปากของคาร์ลได้อีกครั้ง

คาร์ลทำความฝันของเอลลี่ให้เกิดขึ้นจริงไปแล้ว ฝันนั้นไม่ใช่เรื่องรูปธรรม ไม่ใช่ความฝันแฟนตาซีใดๆ แต่ฝันนั้นคือการที่เขาได้อยู่เคียงข้างเอลลี่จนวันสุดท้ายของชีวิต…ด้วยความรัก ด้วยความสุข

ความฝันไม่เคยมีขีดจำกัด…แค่เราต้องฝันให้ตรงกับใจที่แท้ของเรา… ฝันในสิ่งที่เราต้องการจริงๆฝันให้ระหว่างที่เราเดินทางไปหามันนั้นเป็นเรื่องยากแต่ทำได้ ฝันให้รู้สึกอิ่มเอิบในฝันนั้นเมื่อมันเกิดขึ้นจริง ฝันให้มันสร้างความสุขและรอยยิ้มแก่เราไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน อายุเท่าไหร่ เวลาใด

เพราะเราไม่รู้ว่าเธอจะจากและหายไปจากเราเมื่อไหร่…เราถึงต้องรีบเข้าสู่ทางแห่งฝัน ไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนและเท่าไหร่… ให้รู้จักตัวเอง รู้จักคนที่เรารัก เข้าใจในเรา และเข้าใจในฝัน

เราจะได้มีความสุขกับการเริ่มฝัน การทำตามฝัน และการทำฝันให้เป็นจริง ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมายังไงก็ตาม

จะมีเรา หรือไม่มีเรา ถ้ายังมีฝัน เราก็ยังหยุดเดินไปหามันไม่ได้นะครับ 🙂

ขอให้รักษา ‘เรา’ ของตัวเองไว้ ถ้ายังไม่เจอ ‘เรา’ ก็ขอให้เจอกันเร็วๆนะครับทุกคน

ถึงตอนนั้น ‘เรา’ จะได้มาช่วยทำฝันให้เป็นจริงสักที ฮ่าๆ

 

ขอให้ความรักคุ้มครองครับผม

จั๊กจั่นในถุงนอน

Share Button

Comments

comments

Comments are closed.