อกหักดูหนัง : ถ้าฉันเปลี่ยนใจเธอได้ [about time]

about time

 

 

หลายครั้งหลายหนที่เราเอาแต่เฝ้าทบทวนสิ่งที่ผ่านไปแล้ว เกิดขึ้นไปแล้วว่า ‘ถ้าเราย้อนเวลากลับไปได้ล่ะก็…’‘ถ้าตอนนั้นเราทำแบบนี้’ ‘ถ้าตอนนี้เราทำแบบนั้น’

ถ้าฉันเปลี่ยนใจเธอได้ล่ะก็…”

วันนี้เลยขอยกเอาหนังรักน่ารักๆ เรื่องนึงที่มีความพิเศษสุดๆ ตรงเรื่องของ ‘การย้อนเวลา’มาเล่าไปพร้อมเรื่องของเรานี่แหละครับ

ทิม เลค (พระเอกของเรื่อง) เป็นหนุ่มแหยที่ดูเห่ยไม่ค่อยได้เรื่องได้ราว หน้าตาไม่ได้โดดเด่นสะดุดตาอะไร เรียกได้ว่าเป็นหนุ่มธรรมดาๆ มากๆ คนหนึ่ง… ทิมธรรมดาจนกระทั่งวันเกิดอายุ 21 ที่พ่อของเขาเรียกเขาเข้าไปพูดคุยอย่างเหวอๆ แล้วพูดว่า “ข้าก็หวั่นๆ ไม่รู้จะบอกเอ็งยังไงดี แต่ผู้ชายตระกูลเราพออายุ21 ปุ๊บจะมีสกิลพิเศษโผล่ขึ้นมาให้เราใช้…นั่นคือการเดินทางกลับไปในอดีต” ว่ะ !! นี่มันซุปเปอร์พาวเวอร์เลยนะเว้ย !! พ่อไม่ได้บอกต่อว่าเราเป็นมนุษย์ต่างดาวหรือมิวแทนต์หรืออะไร พ่อแค่บอกว่าผู้ชายทุกคนในตระกูลทำได้ พ่อของพ่อ พ่อของปู่ ปู่ของพ่อ ฯลฯ เงื่อนไขของการย้อนเวลามีน้อยแต่เข้าใจง่ายก็คือ

  1. เข้าไปอยู่ในที่มืดๆ หน่อย กำมือ นึกถึงช่วงเวลาที่จะกลับไป แล้วก็ฟู่บบบบบบ ย้อนได้แล้ว เย้!
  2. เราสามารถย้อนกลับไปเฉพาะที่ๆ เราเคยไปมาแล้ว ในช่วงเวลาอดีตที่เราเคยผ่านมาแล้ว
  3. เราย้อนกลับไปก่อนเราเกิดไม่ได้ จะย้อนกลับไปฆ่าฮิตเลอร์หรือไปยุคไดโนเสาร์ก็ไม่ได้

โอเค ทิมไปลองใช้ความสามารถไปรอบนึง แก้ไขเรื่องน่าอายที่เพิ่งผ่านมาหยกๆ เฮ้ย! ทำได้จริงว่ะ!! ทิมตื่นเต้นมากและพูดถึงการจะเอาความสามารถนี้ไปใช้ทำเงิน แต่พ่อก็ขวางไว้ซะก่อนว่าเงินนี่ก็พาพินาศอยู่เหมือนกันนะดูอย่างลุงเฟร็ดลูกสิ(ชอบที่พ่อยกตัวอย่างสั้นๆ ในเรื่องลุงให้ฟังมาก ถ้าอยากรู้ต้องไปหาดูนะครับ อิอิ) ลูกควรเอามันไปทำให้ชีวิตลูกมีความหมายแบบเต็มเหนี่ยวมากกว่าเรื่องพวกนั้นนะ… แล้วทิมก็คิด… ป๋า… ทิมว่ามันคงเจ๋งดีนะถ้าทิมเอาไปใช้หาแฟนดีๆ สักคนน่ะ… และนั่นคือการตัดสินใจของทิมครับ

ทิมจะเอามันไปใช้ในเรื่องหลักๆ ที่แสนสำคัญในการขับเคลื่อนชีวิตและโลกอย่าง ‘ความรัก’

 

กลับมาที่เรื่องของพวกเรากันต่อ  “ถ้าฉันเปลี่ยนใจเธอได้…” นอกจากจะเป็นชื่อเพลงของลิปตาแล้วยังเป็นประโยคที่มาจากคนผิดหวังผู้ยังคงยึดติดกับเธอหรือเขาคนนั้นผู้เป็นอดีตเสียเต็มประดา…

ในบางจังหวะชีวิตเรามักจะมีเหตุการณ์ที่ฝังใจเรามากที่สุด… เป็นเหตุการณ์ที่เราจะนึกถึงมันแล้วรู้สึกเศร้า รู้สึกกร่อย รู้สึกเสียใจแบบ…พาวันดีๆ เราพังได้เลย บางครั้งเหตุการณ์แนวนี้จะทำให้เรามีความคิดขึ้นมาว่าถ้าฉันไม่ทำแบบนี้แต่เปลี่ยนไปทำแบบนั้นแทน อะไรๆ ก็คงจะดีกว่านี้… เราหลอนตัวเองว่าถ้าทำอีกอย่างนึงไปตอนนั้นมันคงจะดีขึ้น มันคงจะไม่เป็นแบบนี้ ฉันคงจะไม่ต้องมาทนทุกข์กับการไม่มีเธอเช่นนี้… ฉันคงไม่ต้องมาทรมานกับการอยู่คนเดียวแบบนี้…

 แต่นั่นมันจริงหรอวะ???
ไม่ใช่ว่าเขาหรือเธอคนนั้นหาเหตุผลมายัดเยียดใส่เราเพียงเพราะเขาไม่ได้ตั้งใจจะเลือกเราจริงๆ หรือโอเคเขากับเราก็พอได้กันอยู่หรอกแต่พอเขาเจอคนใหม่ที่รู้สึกดีกว่าเราปุ๊บเขาก็บ๊ายบายเราไปเลย…. แล้วแบบนี้เรายังจะเปลี่ยนใจเธอได้อีกหรือในเมื่อตัวเลือกที่เธอให้เรามีแค่สองข้อคือ ไม่รัก” กับ “ไม่รัก” เท่านั้นน่ะ

สำหรับชีวิตของทิมผู้ที่สามารถเดินทางย้อนเวลากลับไปหา ‘โอกาสที่สอง’ ได้เสมอๆ ทิมใช้มันซ่อมแซมความเสียใจของคนที่เขาแคร์ ใช้มันเติมเต็มความรู้สึกของคนที่เขารัก เขาใช้ความสามารถในการเดินทางกลับไปในอดีตเพื่อใช้ชีวิตในแต่ละวันให้ดีขึ้นกว่าวันก่อนตามที่พ่อแนะนำ ใช้ชีวิตแบบหนึ่งวัน-สองครั้งให้ตัวเขาและคนรอบข้างมีความสุขมากขึ้น ทิมเรียนรู้ว่าเรื่องบางเรื่องเขาก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงมันได้ การพยายามรั้งในการลาจากคนที่เขารัก ที่สุดท้ายก็ต้องจากเขาไปอยู่ดีไม่ว่าเขาจะเดินทางข้ามเวลากลับไปเปลี่ยนแปลงอะไรสักเท่าไหร่…

“พลังพิเศษ ความสามารถมหัศจรรย์ไม่ได้ช่วยให้เราเอาชนะได้ทุกอย่าง” ทิมไม่ได้พูดประโยคนี้ แต่ทิมทำให้เราเห็นว่าสุดท้ายแล้วพลังต่างๆ นั้นทำให้เราเรียนรู้และเข้าใจในชีวิตของเราได้มากขึ้น หลังการลาจากครั้งสำคัญ ทิมไม่ได้เดินทางกลับอดีตอีกเลยทิมเลือกที่จะใช้ชีวิตทุกวันให้เหมือนกับเขาได้กลับมาแก้ไขมันแล้ว เพื่อที่จะมีความสุขกับมัน…และทำมันให้ดีที่สุดราวกับมันจะเป็นวันสุดท้ายของชีวิตธรรมดาๆ ที่สุดจะซุปเปอร์ของเขา…

เราเสียใจกับอดีตที่เจ็บปวดของเราได้ เราจำอดีตที่น่าเสียใจของเราได้… แต่อย่าไปจมอยู่กับมันเลยครับ เรามีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน และจะใช้ชีวิตต่อไปในอนาคต เราไม่ควรมานั่งคิดซ้ำๆ ว่าถ้าเราทำแบบนั้นตอนนี้คงจะกลายเป็นแบบนี้และน่าจะดีกว่าตอนนั้น… เราควรจะใช้ชีวิตตามหัวใจของเรา และอย่าล้อเล่นกับความรู้สึกของใครถ้าเราไม่อยากให้ใครมาล้อเล่นกับความรู้สึกของเรา… ทำไมเราต้องทำแบบนี้น่ะเหรอครับ? เพราะเราเดินทางข้ามเวลากลับไปในอดีตแบบทิมไม่ได้น่ะสิครับ 😉

หลายๆเพลงในabout timeทำให้ผมรู้สึกคุ้นเคยและคุ้นหูจนพลางนึกถึงช่วงเวลาสมัยก่อนตอนที่ยังได้ยินเพลงเหล่านี้เปิดตามร้านรวงต่างๆ บ่อยๆ  Dilemma ,All the thing she said ,Mr.Brightside ,Back to Black หรือเพลงเก่าขึ้นไปอีกอย่าง Friday I’m in love  แต่สุดท้ายแล้วผมก็ต้องยอมลงให้กับเพลงที่จั๊กจี๋หัวใจผมไม่ให้หยุดยิ้มและนึกถึงคนที่ผมรักทุกครั้งที่ผมฟังเพลงที่มีเนื้อหาน่ารักและอธิบายความรักได้อย่างง่ายดายโดยที่ไม่ต้องย้อนเวลาไปไหนอย่าง How long will I love you ที่เราอยากจะให้คนที่เรารักฟังเมื่อเธอนอนหนุนตักและเงยหน้ามาสบตาเรา

ฉันจะรักเธอแบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่น่ะเหรอ? ก็ตราบเท่าที่ดวงดาวยังอยู่บนท้องฟ้านั่นแหละ…
แต่ฉันก็จะรักเธอไปนานกว่านั้น…ถ้าฉันทำได้นะ 🙂

ต้องบอกเลยว่าดูหนังเรื่องนี้จบแล้วก็อยากมีแฟนอยากจะมีความรักขึ้นมาทันใด (ฮา) หนุ่มโสดสาวโสดที่เคยดูอยู่ก็น่าจะรู้สึกเหมือนๆ กับผมใช่มั้ยครับ?  ไม่ต้องฟูมฟาย งอแง หรือเสียใจอะไรนะครับ เก็บกดมันไว้ครับ ไว้เราเจอคนๆ นั้นเมื่อไหร่ ค่อยเอาไอ้ที่เก็บไว้เนี่ยแหละ อัดเค้าให้เต็มแรงไปเล้ยยยย ฮ่าๆ

อย่าไปย้อนเวลาเพื่อเปลี่ยนใจคนในอดีตเลยครับ เรามาเข้าใจตัวเราเพื่อคนในปัจจุบันกันดีกว่า เชื่อผมว่าชีวิตเราจะมีความสุขขึ้นอีกเยอะแม้เราจะท่องเวลากลับไปอดีตไม่ได้ก็ตามที 🙂

 

ขอให้ความรักคุ้มครองครับ

จั๊กจั่นในถุงนอน

 

ป.ล. ขอขอบคุณทุกคอมเมนต์ในทุกๆ บทความเลยนะครับ  ดีใจมากที่หลายๆท่านชอบ ยังไงจะพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้นอีกต่อไปครับ ขอบคุณสมาคมนิยมหนังหวานที่ชวนผมมาสนุกด้วยกันกับทุกคนด้วยครับ เจอกันครั้งหน้าครับผม

Share Button

Comments

comments

1 Comment

  1. Chayanit I.

    FUCKING COOL, BRO!