อกหักดูหนัง : เราเลิกกันเพราะอะไร? [Celeste & Jesse Forever]

Celeste & Jesse Forever

 

ความรักครั้งล่าสุดของผมจบลงไปเป็นเวลานานพอตัว..เอาแบบเป๊ะๆผมก็จำไม่ค่อยได้ว่านานสักเท่าไหร่…มันน่าจะเกือบๆปีแล้วล่ะ…นี่ผมโสดอย่างไม่ได้ตั้งใจมาเกือบปีแล้วแหะ

ตอนนี้ผมเองก็เปิดใจให้กับทุกอย่าง ไม่ได้ปิดกั้นหรือขังตัวเองไว้กับอดีตในใจแต่อย่างใด เพียงแต่ผมก็ไม่ค่อยได้เจอกับใคร คุยกับใครสักเท่าไหร่ (แน่นอนว่ารูปลักษณ์ของผมคงไม่เย้ายวนใจใครเป็นทุนเดิมด้วยนั่นแหละครับ) มันก็เลยเป็นเหตุให้หัวใจของผมชอบเอาเรื่องที่มันยังติดอยู่ข้างในออกมาล้อเล่นให้มึนให้ซึมกันไปในบางเวลา..ไม่รู้จะมีใครเป็นเหมือนผมบ้างมั้ย

หลายคนมักถามถึงเรื่องของการร้างลาจากความรักเวลาที่ได้ยินว่าสองคนนั้นเลิกกัน หายห่างจากกันว่าสาเหตุมาจากอะไร ทำไมถึงเลิก..

มันทำให้ผมนึกถึงหนังที่ได้ดูมาเมื่อไม่นานเรื่องหนึ่ง ชื่อว่า Celeste and Jesse Forever

หนังพูดถึงเซเลสต์ และเจสซี ที่คบกัน แต่งงานกัน หย่ากัน.. แต่พวกเขาก็ยังมาเจอกันบ่อยๆ ทำเหมือนตอนที่ยังคบกัน บอกรักกันเป็นปกติ เล่นสนุกกันแบบที่คนรักกันสองคนจะเล่นได้..

เอ้า ก็ดูออกจะรักกันขนาดนี้ แล้วทำไมเซเลสต์กับเจสซีถึงหย่ากันวะ?

เซเลสต์เลิก(หย่า)กับเจสซีเพราะเธอคิดว่าเจสซีไม่มีความเป็นผู้ใหญ่พอที่เธอจะฝากฝังการสร้างครอบครัวไว้กับเขาได้อีกต่อไป เซเลสต์เห็นว่างานที่เจสซีทำนั้นไม่เป็นโล้เป็นพาย ไม่จริงจัง ไม่กระตือรือร้น ใช้ชีวิตเหมือนเล่นๆไปเรื่อยๆ ผิดกับตัวของเธอที่ทำงานอย่างจริงจัง ในบริษัทที่มั่นคงและมีความก้าวหน้า ทำให้เซเลสต์ทะเลาะกับเจสซี และสุดท้ายพวกเขาก็ตัดสินใจ “หย่า” จากกัน

ตอนที่ความรักครั้งล่าสุดของผมจบลง…ผมพยายามหยิบจับหาเหตุผลต่างๆมาเติมในช่องว่าง

“เราคงจะไม่ดีพอสำหรับเขา…เราขาดอะไรรึเปล่า?”

ผมวิ่งวุ่นในหัวตัวเองหาคำตอบ(ที่ผมคิดขึ้นมาเองล้วนๆ)มาเติมในช่องว่าง

นี่เพราะหน้าตาเราไม่ดีมากขึ้นรึเปล่า?
เพราะเราไปทำอะไรให้เธอโกรธมากๆมั้ย?
เพราะเราไม่สนใจเธอตอนไหนจนเกินไป?
เพราะเราอ้วนขึ้นมั้ยเธอเลยบอกเลิก?
เพราะหน้าที่การงานเราดีไม่พอ?
เพราะเราไม่กระตือรือร้นจะทำอะไรให้มั่นคง?
เพราะเราขับรถไม่เป็น ไม่มีรถขับ?
เพราะเราแต่งตัวแบบนี้ ไม่ได้แต่งตัวเท่แบบที่เธอชอบรึเปล่า?
ฯลฯ

ผมยังคงวิ่งวุ่นหาคำตอบมาเติมลงในช่องว่างเต็มไปหมด…คำตอบที่ผมคิดขึ้นเอง
สำหรับคำถาม…ที่ผมก็คิดขึ้นเอาเองเช่นกัน

กลับไปหาเซเลสต์กับเจสซีต่อ เซเลสต์รักเจสซี เจสซีรักเซเลสต์ ถ้าได้เห็นพวกเขาในหนังเราก็จะรู้ว่าสองคนนี้รักกันจริงๆแหละ แต่เพราะเซเลสต์เห็นว่า นี่มันไม่ปลอดภัย ไม่ดีพอ ไม่เซฟ ไม่มั่นคง สำหรับอนาคต.. พวกเขาก็เลยหย่ากัน

แน่นอน การสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องและควรทำ…. ไม่เว้นแม้แต่ชีวิตของเซเลสต์เช่นกัน

“DO YOU WANT TO BE RIGHT OR DO YOU WANT TO BE HAPPY?”
“เธออยากเป็นคนที่ทำถูกต้อง.. หรือเธออยากเป็นคนที่มีความสุขล่ะ?”

หนุ่มคนหนึ่งตบหน้าเซเลสต์ด้วยประโยคนี้หลังจากที่เขาฟังเรื่องของเธอกับเจสซีเสร็จ…
ไม่รู้มันจะทำให้ใครโดนตบหน้าไปด้วยบ้างรึเปล่า…

เซเลสต์เศร้ามากที่ความจริงแล้ว เธอไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ทำถูกตลอดก็ได้…เธอไม่จำเป็นจะต้อง “ทำถูก” ไปซะทุกอย่าง เพราะเมื่อเธอต้องรับมือกับ “ความถูกต้อง” ที่เธอจัดการมัน… ความถูกต้องก็เลยจัดการกับความรักของเธอไปซะฉิบ…

“มันคือความรักนั่นแหละ”
ผมหยุดวิ่งวุ่นในหัวตัวเอง เพราะคำตอบมันลอยขึ้นมาตรงนั้น

ไม่ใช่ว่าถ้าหน้าตาผมดีสุดๆ รักของเราจะยังคงอยู่ถึงวันนี้
ไม่ใช่ว่าถ้าผมมีรถหรูหรา ขับไปส่งเธอได้ทุกที่ เธอจะรักผมมากที่สุดในชีวิตของเธอ
ไม่ใช่ว่าถ้าผมหุ่นดี หล่อเฟี้ยว แต่งตัวเท่สุดๆ เธอจะไม่จากผมไปไหนอีกตราบสิ้นใจ
มันไม่ได้อยู่ที่อะไรเหล่านี้เลยครับ
มันอยู่ที่ “ความรัก” หรือก็คือความสุขในประโยคที่เจสซีโดนถามนั่นแหละ

โอเค จริงๆผมว่าผมก็กากแบบเจสซีแหละ ฮ่าๆ ลองคิดดูครับว่าถ้าเซเลสต์คบกับเจสซีเพราะ “ความมั่นคงในการสร้างครอบครัว” คือคบเพราะเธออยากมีความมั่นคงจริงจังในชีวิต เธอก็ควรจะเลิกกับเจสซีจริงๆเพราะเขายังไม่สามารถตอบสนองเธอในข้อนั้นได้จริงๆ

แต่เซเลสต์คบเจสซีจากความรัก

เซเลสต์รักเจสซีมาก มาก มากก จนสุดท้ายแล้ว ความถูกต้องที่เธอตัดสินใจทำลงไป มันกลับทำร้ายเธออย่างตรงไปตรงมา… เซเลสต์ปฏิเสธไม่ได้ด้วยน้ำตานองหน้าว่ามันคือการรู้จักตัวของเธอเองจริงๆในวันที่สายเกินไป… แต่พวกเขาทั้งสองคนก็ยังเป็นสิ่งที่เขาพูดกันไว้ในต้นเรื่องนั่นคือ ยังไงก็ยังเป็นเพื่อนกัน… (แม้เซเลสต์จะขอหายตัวไปทำใจก่อนก็ตามที)
ที่คนเลิกกัน…
ถ้าพวกเขาไม่ได้คบกันด้วยความรัก… มันก็คงไม่ยากอะไรที่จะหาเหตุผลของการเลิกราเหล่านั้น.. และแน่นอน ถ้ายืนอยู่ฝั่งเดียวกับความรักแล้ว การคบกันด้วยการ “ไม่ได้รัก” ก็คงจะไม่ใช่การคบหาที่ควรค่าสักเท่าไหร่

แต่ถ้าพวกเขาคบกันด้วยความรัก… ต้องคอยเตือนสติพวกเขาเหล่านั้นไว้ ว่าอย่าเผลอไผลให้กับสิ่งอื่นใดที่จะเข้ามาตั้งกฎ สร้างเกณฑ์ให้กับความรักที่เรารู้สึกกันจริงๆ

เพราะเมื่อวันนึง คุณหยิบเอากฎ เอาเกณฑ์ เอากรอบ มาล้อมความรักเอาไว้… ความรักนั้น ก็อาจจะหนีคุณไป และไม่ยอมกลับมาหาคุณอีกเลยก็เป็นได้….

แต่ก็อย่าลืมนะครับ ว่าคนเราเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

ตัวของเราเองย่อมเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

ถ้าความรักที่มีนั้นเริ่มจางหาย ลดน้อยลง อย่างไม่มีสาเหตุ(และโดยไม่มีอิทธิฤทธิ์ไสยเวทย์อันใดมาเกี่ยวข้อง) หรือถ้ามีความรักครั้งใหม่ที่ชัดเจนและสดใสกว่า(สิ่งที่กำลังคิดว่าเป็น)ความรักในปัจจุบันปรากฎขึ้น…

เราจำเป็นต้องไม่โกหกตัวเองนะครับ ว่าเรากำลังรักเขาน้อยลง ,หรือเราไม่ได้รักเขาแล้ว หรือเรากำลังรักคนนั้น(คนที่ไม่ใช่แฟนที่คบในปัจจุบัน)อยู่

บางคนอาจจะมองว่ามันเป็นสิ่งที่โหดร้าย… แต่มันเป็นความจริงที่มากับการเปลี่ยนแปลง…

อย่าบอกเขาเลยว่ายังรักเขาอยู่ ทั้งๆที่ตอนนั้นคุณไม่ได้รักเขาอีกต่อไป
อบ่าบอกว่าเรารักเขา ถ้าคุณไม่ได้รู้สึกแบบนั้น…

อย่าโกหกในเรื่องความรักเลยครับ..
เพราะพอโกหกเมื่อไหร่… ความรักมันจะแว้งกัดเราในไม่ช้าก็เร็ว
แล้วเขี้ยวของความรัก… มักเคลือบพิษร้ายแรงเอาไว้เสมอ

ขอให้ความรักคุ้มครองครับ
จั๊กจั่นในถุงนอน

 

บทความที่แอดมินเขียนถึง Celeste and Jesse Forever  คลิก

Share Button

Comments

comments

Comments are closed.